โทรศัพท์กันน้ำ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับทุกสภาพการใช้งาน

โทรศัพท์กันน้ำ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับทุกสภาพการใช้งาน

ถ้าคุณชอบเที่ยวป่า ดำน้ำ หรือแค่หวาดเสียวทุกครั้งที่ฝนตก โทรศัพท์กันน้ำ คือสิ่งที่คุณต้องการ มือถือกลุ่มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับน้ำ ฝุ่น และแรงกระแทกได้ดีกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไป ทำให้สายแอดเวนเจอร์และคนทำงานภาคสนามไว้วางใจได้มากกว่า

ตลาดโทรศัพท์กันน้ำ ในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่รุ่นระดับกลางที่กันละอองน้ำได้ ไปจนถึง Rugged Phone ที่ทนทานระดับ Military Grade แต่การเลือกผิดอาจทำให้จ่ายเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาคุณรู้จักมือถือกลุ่มนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ

โทรศัพท์กันน้ำ คืออะไร และทำงานอย่างไร

โทรศัพท์กันน้ำ หรือ Waterproof Phone คือสมาร์ตโฟนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการกันน้ำและกันฝุ่น ซึ่งส่วนใหญ่ใช้มาตรฐาน IP หรือ Ingress Protection จากองค์กร IEC เป็นตัวบ่งบอกระดับความสามารถในการกันน้ำและกันฝุ่น

ตัวเครื่องจะมีซีลยางหรือวัสดุกันซึมรอบรู USB ปุ่มกด และช่องต่าง ๆ เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้า นอกจากนี้บางรุ่นยังเสริมโครงสร้างให้รับแรงกระแทกได้ดีขึ้นด้วย

 

มาตรฐาน IP ที่ต้องรู้ก่อนซื้อโทรศัพท์กันน้ำ

ตัวเลข IP บนกล่องหรือสเปก โทรศัพท์กันน้ำ มีความหมายชัดเจน ดังนี้

  • IP67 กันน้ำได้ในระดับความลึก 1 เมตร นาน 30 นาที เหมาะกับการใช้งานทั่วไปและกิจกรรมกลางแจ้งเบา
  • IP68 กันน้ำได้ลึกกว่า 1 เมตรขึ้นไป ตามที่ผู้ผลิตระบุ เหมาะกับการดำน้ำตื้นหรือกิจกรรมน้ำหนัก
  • IP69K กันน้ำแรงดันสูงได้ มักพบในอุปกรณ์อุตสาหกรรมและ Rugged Phone ระดับสูง
  • MIL-STD-810G/H มาตรฐานทหาร รับแรงกระแทก ทนอุณหภูมิสุดขั้วได้ มักมาคู่กับ IP68

สำคัญมาก คือ IP Rating ทดสอบในน้ำจืดสะอาดเท่านั้น น้ำทะเลหรือน้ำคลอรีนในสระว่ายน้ำอาจทำลายซีลยางได้เร็วกว่าที่คิด

ประโยชน์ของโทรศัพท์กันน้ำ สำหรับสายแอดเวนเจอร์

ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ช่างก่อสร้าง เกษตรกร หรือคนทำงานกลางแจ้ง โทรศัพท์กันน้ำ ให้ประโยชน์ที่ชัดเจน ดังนี้

  • ลดความเสี่ยงเครื่องพังจากน้ำ ทั้งฝนตกกะทันหัน หกน้ำ หรืองานที่ต้องสัมผัสน้ำตลอดเวลา
  • ใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมฝุ่นหนาแน่น เช่น ไซต์ก่อสร้าง ทะเลทราย หรือถนนลูกรัง
  • ทนแรงกระแทกจากการตก รุ่น Rugged รับการกระแทกบนพื้นคอนกรีตได้
  • อุ่นใจกับค่าซ่อมที่แพง การซ่อมมือถือที่เสียจากน้ำมักเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก
  • เหมาะกับนักดำน้ำตื้น สามารถใช้ถ่ายภาพใต้น้ำได้โดยไม่ต้องซื้อเคสกันน้ำเพิ่ม

วิธีเลือกโทรศัพท์กันน้ำ ให้ตรงกับการใช้งาน

วิธีเลือกโทรศัพท์กันน้ำ ให้ตรงกับการใช้งาน

ก่อนตัดสินใจซื้อ โทรศัพท์กันน้ำ ควรตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อน

  • คุณต้องการกันน้ำระดับไหน แค่กันละออง หรือดำน้ำได้
  • ต้องการ Rugged Phone เต็มรูปแบบ หรือแค่มือถือปกติที่มี IP Rating
  • งบประมาณที่มีคือเท่าไหร่
  • ต้องการกล้องคุณภาพสูง หรือแบตเตอรี่อึดกว่าใคร

ดูมาตรฐาน IP และระดับความลึกของโทรศัพท์กันน้ำ

ข้อแรกที่ต้องดูคือ IP Rating บนสเปก ถ้าใช้กิจกรรมกลางแจ้งทั่วไป IP67 ก็เพียงพอ แต่ถ้าดำน้ำหรือลงแหล่งน้ำบ่อย ควรเลือก IP68 ขึ้นไป อย่าเชื่อเพียงคำโฆษณา ให้ดูตัวเลข IP จริง ๆ เสมอ

สเปกสำคัญที่ควรพิจารณาในโทรศัพท์กันน้ำ

นอกจาก IP Rating แล้ว ยังมีสิ่งที่ควรดูเพิ่มเติม ได้แก่

  • ขนาดแบตเตอรี่ Rugged Phone มักมาพร้อมแบตอึดตั้งแต่ 5,000 mAh ขึ้นไป
  • ความสว่างหน้าจอ สำหรับดูกลางแดดควรมีความสว่างอย่างน้อย 600 nits
  • ระบบ GPS ที่แม่นยำ เพราะสายลุยมักต้องการนำทางในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณมือถือ
  • ระบบปฏิบัติการและการอัปเดต ควรเลือกแบรนด์ที่อัปเดต OS สม่ำเสมอ

โทรศัพท์กันน้ำ ทั่วไป vs Rugged Phone ต่างกันอย่างไร

หลายคนสับสนระหว่างสอง กลุ่มนี้ โทรศัพท์กันน้ำ ทั่วไปอย่าง Samsung S-Series หรือ iPhone มี IP Rating แต่ยังคงดีไซน์บางเฉียบและหน้าจอกระจกปกติ ขณะที่ Rugged Phone เช่น CAT Phone, Doogee, Ulefone มีโครงสร้างแข็งแกร่งกว่ามากดังนี้

  • โทรศัพท์กันน้ำทั่วไป ดีไซน์สวยงาม บางเบา เหมาะใช้ชีวิตประจำวัน กันน้ำได้ระดับหนึ่ง
  • Rugged Phone หนาและหนักกว่า แต่ทนกว่ามาก รับแรงกระแทกได้ แบตอึด มาตรฐาน IP68 หรือสูงกว่า
  • ราคา Rugged Phone มักจะถูกกว่าสมาร์ตโฟนเรือธงที่มี IP Rating เทียบเท่า

 

ข้อควรระวังและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโทรศัพท์กันน้ำ

แม้จะซื้อ โทรศัพท์กันน้ำ มาแล้ว ก็ยังมีข้อควรระวังที่มักถูกมองข้าม ดังนี้

  • IP Rating ลดลงตามการใช้งาน ซีลยางเสื่อมสภาพตามเวลา โดยเฉพาะถ้าใช้งานหนัก
  • น้ำทะเลและน้ำคลอรีนกัดกร่อนได้ ควรล้างน้ำจืดทันทีหลังใช้งานในน้ำทะเล
  • อย่าชาร์จขณะเครื่องเปียก รอให้เครื่องแห้งสนิทก่อนเสียบสาย หรือใช้การชาร์จไร้สาย
  • รูพอร์ต USB ที่ไม่ปิดฝา คือจุดอ่อนอันดับหนึ่งของ โทรศัพท์กันน้ำ ราคาประหยัด
  • การรับประกันส่วนใหญ่ไม่ครอบคลุมความเสียหายจากน้ำ แม้เครื่องจะมี IP Rating
  • อย่าทดสอบขีดจำกัดโดยไม่จำเป็น IP68 ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ดำน้ำลึก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโทรศัพท์กันน้ำ

ถาม: โทรศัพท์กันน้ำ ราคาเท่าไหร่ถึงจะดี

ตอบ: ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ถ้าต้องการแค่กันละอองน้ำและฝน สมาร์ตโฟนระดับกลางที่มี IP67 ราคา 8,000-15,000 บาทก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการ Rugged Phone เต็มรูปแบบที่ดำน้ำได้และทนกระแทก ควรตั้งงบไว้ที่ 7,000-20,000 บาท

ถาม: โทรศัพท์กันน้ำ ดำน้ำได้ลึกแค่ไหน

ตอบ: ขึ้นอยู่กับ IP Rating IP67 รับได้ที่ 1 เมตรนาน 30 นาที ส่วน IP68 ผู้ผลิตมักระบุไว้ที่ 1.5-2 เมตรนาน 30 นาที แต่ควรอ่านสเปกของแต่ละรุ่นอย่างละเอียด เพราะค่าของ IP68 ไม่ได้กำหนดระดับความลึกไว้ตายตัว

ถาม: โทรศัพท์กันน้ำ ทำไมยังเสียหายจากน้ำได้

ตอบ: เหตุผลหลักคือซีลยางเสื่อมจากอายุการใช้งานและการตกกระแทก รอยร้าวขนาดเล็กก็ทำให้น้ำซึมเข้าได้ นอกจากนี้น้ำทะเลหรือน้ำมีแรงดันสูงสามารถทะลุผ่านได้แม้เครื่องจะมีมาตรฐาน IP Rating

สรุปและคำแนะนำก่อนซื้อโทรศัพท์กันน้ำ

สรุปและคำแนะนำก่อนซื้อโทรศัพท์กันน้ำ

โทรศัพท์กันน้ำ ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเท่ากัน แต่สำหรับคนที่ใช้ชีวิตกลางแจ้ง ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำหรือฝุ่นบ่อย หรือเป็นสายแอดเวนเจอร์ตัวจริง การลงทุนกับมือถือที่ทนทานกว่าจะช่วยประหยัดค่าซ่อมและความเครียดได้มาก สิ่งสำคัญคือดูตัวเลข IP ให้ครบ เข้าใจข้อจำกัดของเครื่อง และดูแลรักษาให้ถูกต้องเพื่อให้ประสิทธิภาพการกันน้ำอยู่ได้นานที่สุด

ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกรุ่นไหน หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ติดต่อทีมงานของเราได้เลย เรายินดีช่วยให้คุณเลือกโทรศัพท์กันน้ำที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณโดยเฉพาะ หรืออ่านบทความเปรียบเทียบรุ่นแนะนำในหน้าถัดไปได้เลย